HOW TO:

แต่งหน้า
ฉบับมือใหม่

แนะนำวิธีการแต่งหน้าง่าย ๆ นำไปใช้ได้กับทุกสภาพผิวเหมาะสำหรับมือใหม่แต่งเป็นภายใน 10 ขั้นตอน

HOW TO:

แต่งหน้า
ฉบับมือใหม่

แนะนำวิธีการแต่งหน้าง่าย ๆ นำไปใช้ได้กับทุกสภาพผิวเหมาะสำหรับมือใหม่แต่งเป็นภายใน 10 ขั้นตอน


ใครที่แวะเวียนมาอ่านบทความนี้อาจจะเป็นมือใหม่
หัดแต่งหน้า หรือเพิ่งเริ่มลองแต่งหน้าครั้งแรก
การแต่งหน้าไม่ได้ยากอย่างที่คิด แค่ต้องรู้จัก
ผลิตภัณฑ์แต่ละชนิด วิธีใช้ และการเลือกประเภท
ของผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับผิวของเรา ไม่ว่าจะเป็น
ผิวธรรมดา ผิวแห้ง ผิวมัน รูขุมขนกว้าง หรือรูขุมขน
อุดตันง่าย How-To วันนี้จะมาแนะนำวิธีการแต่งหน้าง่าย ๆ
นำไปใช้ได้กับทุกสภาพผิว เหมาะสำหรับมือใหม่ค่ะ

ปัญหาใหญ่ของมือใหม่หัดแต่งหน้าก็คือ
“ไม่รู้จะเริ่มตรงไหนก่อนดี” และ “ไม่รู้ว่าต้องใช้ผลิตภัณฑ์
ตัวไหนก่อนหลัง” ถึงแม้ว่าจะไปช้อปเครื่องสำอางมารอไว้แล้ว
ก็ยังไม่กล้าที่จะลงมือแต่งบนหน้าตัวเองสักที
ลองสลัดความกลัว มองหน้าตัวเองในกระจก
เปิดไฟให้สว่าง นึกภาพที่เราอยากจะเป็น
จากนั้นก็เริ่มกันได้เลย!

 

1. ทำความสะอาดผิว
และเติมความชุ่มชื้นให้ผิว

ก่อนจะเข้าสู่ขั้นตอนการแต่งหน้า สิ่งสำคัญคือเมื่อตื่นมา หรือเพิ่งทำงานเสร็จ จะรีบแต่งหน้าไม่ได้นะคะ ต้องเช็ดเครื่องสำอางและล้างหน้าให้สะอาดก่อน เพื่อเตรียมผิวให้พร้อมในการแต่งหน้าในตอนกลางวัน หรือพร้อมเข้านอนในตอนกลางคืน ซึ่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก ๆ และไม่ควรละเลย เพราะหากทิ้งเครื่องสำอางค้างคืนไว้บนหน้าอาจทำให้เกิดปัญหาผิวตามมาได้หากผิวหน้าสกปรก เช่น สิว หรือการอุดตันต่าง ๆ ดังนั้นห้ามมองข้ามเด็ดขาด

หลังจากเช็ดเครื่องสำอางด้วยเมคอัพ รีมูฟเวอร์ (Makeup Remover) เรียบร้อยแล้ว ก็ตามด้วย โฟมล้างหน้าหรือคลีนซิ่ง (Cleansing) เพื่อให้ผิวสะอาดล้ำลึก ขจัดทั้งฝุ่น และเครื่องสำอางที่อาจเหลือตกค้างอยู่ให้หมดจด และสามารถตามด้วยโทนเนอร์ (Toner) เพื่อปรับสมดุลของผิวหน้า และพร้อมได้รับการบำรุงในขั้นตอนต่อไปอย่างเต็มที่

การเลือกโทนเนอร์ให้เหมาะกับผิวก็เป็นเรื่องสำคัญนะคะ ใครที่มีผิวมัน หรือเป็นสิวง่าย แนะนำให้เลือกใช้โทนเนอร์ที่อ่อนโยนต่อผิว ไม่มีแอลกอฮอล์ น้ำมัน หรือน้ำหอม เพื่อหลีกเลี่ยงการตกค้างของสารเหล่านั้น รวมถึงหลีกเลี่ยงการระคายเคือง ไม่ให้สิวมาถามหาเราบ่อย ๆ นอกจากนี้อาจเลือกใช้โทนเนอร์ที่สามารถขจัดความมันส่วนเกิน และช่วยลดการอุดตันของรูขุมขนได้ด้วย ส่วนใครที่มีผิวธรรมดา หรือผิวแห้ง แนะนำให้เลือกใช้โทนเนอร์ที่มีความสามารถในการเติมหรือเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้า การเช็ดหน้าด้วยโทนเนอร์ สามารถใช้ร่วมกับสำลี ให้เช็ดย้อนรูขุมขนเพื่อทำความสะอาดอย่างล้ำลึก และไม่ควรถูแรง เนื่องจากผิวหน้ามีความบอบบางเป็นพิเศษ

อายส์เมกอัพรีมูฟเวอร์ที่อ่อนโยนเป็นพิเศษ

1,300.00 บาท
1,300.00 บาท
Crushed Liquid Lip Bobbi Brown

1. ทำความสะอาดผิว
และเติมความชุ่มชื้นให้ผิว

ก่อนจะเข้าสู่ขั้นตอนการแต่งหน้า สิ่งสำคัญคือเมื่อตื่นมา หรือเพิ่งทำงานเสร็จ จะรีบแต่งหน้าไม่ได้นะคะ ต้องเช็ดเครื่องสำอางและล้างหน้าให้สะอาดก่อน เพื่อเตรียมผิวให้พร้อมในการแต่งหน้าในตอนกลางวัน หรือพร้อมเข้านอนในตอนกลางคืน ซึ่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก ๆ และไม่ควรละเลย เพราะหากทิ้งเครื่องสำอางค้างคืนไว้บนหน้าอาจทำให้เกิดปัญหาผิวตามมาได้หากผิวหน้าสกปรก เช่น สิว หรือการอุดตันต่าง ๆ ดังนั้นห้ามมองข้ามเด็ดขาด

หลังจากเช็ดเครื่องสำอางด้วยเมคอัพ รีมูฟเวอร์ (Makeup Remover) เรียบร้อยแล้ว ก็ตามด้วย โฟมล้างหน้าหรือคลีนซิ่ง (Cleansing) เพื่อให้ผิวสะอาดล้ำลึก ขจัดทั้งฝุ่น และเครื่องสำอางที่อาจเหลือตกค้างอยู่ให้หมดจด และสามารถตามด้วยโทนเนอร์ (Toner) เพื่อปรับสมดุลของผิวหน้า และพร้อมได้รับการบำรุงในขั้นตอนต่อไปอย่างเต็มที่

การเลือกโทนเนอร์ให้เหมาะกับผิวก็เป็นเรื่องสำคัญนะคะ ใครที่มีผิวมัน หรือเป็นสิวง่าย แนะนำให้เลือกใช้โทนเนอร์ที่อ่อนโยนต่อผิว ไม่มีแอลกอฮอล์ น้ำมัน หรือน้ำหอม เพื่อหลีกเลี่ยงการตกค้างของสารเหล่านั้น รวมถึงหลีกเลี่ยงการระคายเคือง ไม่ให้สิวมาถามหาเราบ่อย ๆ นอกจากนี้อาจเลือกใช้โทนเนอร์ที่สามารถขจัดความมันส่วนเกิน และช่วยลดการอุดตันของรูขุมขนได้ด้วย ส่วนใครที่มีผิวธรรมดา หรือผิวแห้ง แนะนำให้เลือกใช้โทนเนอร์ที่มีความสามารถในการเติมหรือเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้า การเช็ดหน้าด้วยโทนเนอร์ สามารถใช้ร่วมกับสำลี ให้เช็ดย้อนรูขุมขนเพื่อทำความสะอาดอย่างล้ำลึก และไม่ควรถูแรง เนื่องจากผิวหน้ามีความบอบบางเป็นพิเศษ

อายส์เมกอัพรีมูฟเวอร์ที่อ่อนโยนเป็นพิเศษ

1,300.00 บาท
1,300.00 บาท

มาถึงขั้นตอนการเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้า โดยตัวเอกในขั้นตอนนี้จะเป็นกลุ่มมอยส์เจอไรเซอร์ (Moisturizer) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการเตรียมผิวก่อนแต่งหน้า เพราะหากผิวหน้าแห้ง ขาดน้ำ ขาดความชุ่มชื้น จะทำให้การแต่งหน้ายากขึ้น และเครื่องสำอางจะไม่ติดทนได้ค่ะ หากใครยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกมอยส์เจอไรเซอร์แบบไหนดี ลองเลือกใช้เป็น #เบสบำรุงผิว Vitamin Enriched Face Base ดูนะคะ ตัวนี้เป็นมอยส์เจอไรเซอร์สูตร Oil-Free ไม่มีน้ำมัน เติมน้ำให้ผิวด้วยคุณค่าจากเชียร์บัตเตอร์ วิตามินบี ซี และอี พร้อมกลิ่นหอมจากเกรปฟรุต ช่วยผ่อนคลายผิว ปราศจากพาราเบน พาทาเลต ซัลเฟต กลูเตน ส่วนผสมจากสัตว์ รวมถึงยังมีคุณสมบัติเสมือนไพรเมอร์ในการช่วยปรับสภาพผิวให้เตรียมพร้อมสำหรับการแต่งหน้า ช่วยให้เกลี่ยรองพื้นได้ง่ายขึ้น และทำให้รองพื้นติดทนนานขึ้นด้วยค่ะ โดยตัวนี้จะใช้เป็นขั้นตอนสุดท้ายของการลงสกินแคร์ และเป็นขั้นแรกของการเริ่มต้นแต่งหน้าค่ะ

เรียงลำดับง่าย ๆ แบบนี้เลยค่ะ
1. เบสบำรุงผิว Vitamin Enriched Face Base
2. ครีมกันแดด
3. คอนซีลเลอร์ / รองพื้น

ไพรเมอร์ และ มอยส์เจอไรเซอร์สูตรไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน

2,680.00 บาท
2,680.00 บาท

มาถึงขั้นตอนการเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้า โดยตัวเอกในขั้นตอนนี้จะเป็นกลุ่มมอยส์เจอไรเซอร์ (Moisturizer) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการเตรียมผิวก่อนแต่งหน้า เพราะหากผิวหน้าแห้ง ขาดน้ำ ขาดความชุ่มชื้น จะทำให้การแต่งหน้ายากขึ้น และเครื่องสำอางจะไม่ติดทนได้ค่ะ หากใครยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกมอยส์เจอไรเซอร์แบบไหนดี ลองเลือกใช้เป็น #เบสบำรุงผิว Vitamin Enriched Face Base ดูนะคะ ตัวนี้เป็นมอยส์เจอไรเซอร์สูตร Oil-Free ไม่มีน้ำมัน เติมน้ำให้ผิวด้วยคุณค่าจากเชียร์บัตเตอร์ วิตามินบี ซี และอี พร้อมกลิ่นหอมจากเกรปฟรุต ช่วยผ่อนคลายผิว ปราศจากพาราเบน พาทาเลต ซัลเฟต กลูเตน ส่วนผสมจากสัตว์ รวมถึงยังมีคุณสมบัติเสมือนไพรเมอร์ในการช่วยปรับสภาพผิวให้เตรียมพร้อมสำหรับการแต่งหน้า ช่วยให้เกลี่ยรองพื้นได้ง่ายขึ้น และทำให้รองพื้นติดทนนานขึ้นด้วยค่ะ โดยตัวนี้จะใช้เป็นขั้นตอนสุดท้ายของการลงสกินแคร์ และเป็นขั้นแรกของการเริ่มต้นแต่งหน้าค่ะ

เรียงลำดับง่าย ๆ แบบนี้เลยค่ะ
1. เบสบำรุงผิว Vitamin Enriched Face Base
2. ครีมกันแดด
3. คอนซีลเลอร์ / รองพื้น

ไพรเมอร์ และ มอยส์เจอไรเซอร์สูตรไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน

2,680.00 บาท
2,680.00 บาท

2. ทาครีมกันแดดป้องกัน
แสงยูวี (UV) ไม่ให้ทำร้ายผิว

เมื่อผิวหน้าสะอาดรวมถึงเติมความชุ่มชื้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปเราต้องป้องกันผิวหน้าจากรังสี UV ด้วยครีมกันแดด (Sunscreen) การทาครีมกันแดดมีความสำคัญมากนะคะ และต้องทาทุกวันแม้จะไม่ได้แต่งหน้าก็ตาม เพราะรังสี UV มีอยู่ทุกที่ ไม่ใช่เฉพาะแสงแดด ซึ่งครีมกันแดดจะช่วยป้องกันไม่ให้ใบหน้าหมองคล้ำ และลดโอกาสการที่ผิวหน้าจะถูกทำลายจากแสง UV ซึ่งสาเหตุหนึ่งของการเกิดมะเร็งผิวหนัง เจ้าครีมกันแดดนี้มีให้เลือกมากมายหลายชนิด ลองหาตัวที่มี SPF 50+ ที่สามารถปกป้องได้ยาวนานสัก 8 ชั่วโมง เพราะเวลาออกไปนอกบ้าน แน่นอนว่าเราก็คงไม่อยากทาครีมกันแดดกันบ่อย ๆ

Long-Wear Cream Shadow Stick Bobbi Brown

2. ทาครีมกันแดดป้องกัน
แสงยูวี (UV) ไม่ให้ทำร้ายผิว

เมื่อผิวหน้าสะอาดรวมถึงเติมความชุ่มชื้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปเราต้องป้องกันผิวหน้าจากรังสี UV ด้วยครีมกันแดด (Sunscreen) การทาครีมกันแดดมีความสำคัญมากนะคะ และต้องทาทุกวันแม้จะไม่ได้แต่งหน้าก็ตาม เพราะรังสี UV มีอยู่ทุกที่ ไม่ใช่เฉพาะแสงแดด ซึ่งครีมกันแดดจะช่วยป้องกันไม่ให้ใบหน้าหมองคล้ำ และลดโอกาสการที่ผิวหน้าจะถูกทำลายจากแสง UV ซึ่งสาเหตุหนึ่งของการเกิดมะเร็งผิวหนัง เจ้าครีมกันแดดนี้มีให้เลือกมากมายหลายชนิด ลองหาตัวที่มี SPF 50+ ที่สามารถปกป้องได้ยาวนานสัก 8 ชั่วโมง เพราะเวลาออกไปนอกบ้าน แน่นอนว่าเราก็คงไม่อยากทาครีมกันแดดกันบ่อย ๆ

3. ปกปิดจุดบกพร่องด้วย
คอนซีลเลอร์ (Concealer)

ปกปิดจุดบกพร่องต่าง ๆ บนใบหน้าเรา เช่น ใต้ตา สิว รอยสิว รอยดำ รอยแผลเป็น หรือบริเวณที่สีผิวไม่สม่ำเสมอ ด้วยคอนซีลเลอร์ (Concealer) ไม่ว่าจะดูหนัง ดูซีรีส์เกาหลี หรืออ่านหนังสือสอบจนดึก ขอบตาดำเป็นแพนด้า เจ้าคอนซีลเลอร์นี่แหละค่ะเป็นไอเท็มลับที่จะมาช่วยชีวิตเราไว้ มือใหม่หลายคนอาจสงสัย อ้าว แล้วแค่รองพื้นไม่พอเหรอ? บอกเลยว่าไม่พอค่ะ คอนซีลเลอร์จะมีเม็ดสีที่เข้มกว่าตัวรองพื้น ดังนั้นจะสามารถปกปิดเฉพาะจุดได้ดีกว่า แถมยังมีหลายเฉดสีให้เลือกอีกด้วย และหากคนไหนแต่งหน้าจนชำนาญแล้ว บางครั้งคอนซีลเลอร์ก็ไม่ได้ทำหน้าที่แค่ปกปิดอย่างเดียว แต่ยังใช้ทำเฉดดิ้ง หรือไฮไลต์ได้ด้วยนะคะ ส่วนรูปแบบของคอนซีลเลอร์นั้นก็มีหลากหลาย ทั้งแบบครีม แบบน้ำ และแบบพัฟ แต่สำหรับมือใหม่ ขอแนะนำเป็นคอนซีลเลอร์แบบน้ำ จะทำให้ลงง่ายกว่าแบบอื่น ๆ แต่ถ้าใครซื้อแบบอื่น มาแล้วก็อย่าเพิ่งทิ้งไปนะคะ ลองใช้ดูก่อนได้ค่ะ อาจจะชอบและถนัดมากกว่าแบบน้ำก็ได้ ทั้งนี้ขอบอกว่าแบบครีมจะค่อนข้างปกปิดได้ดีกว่าแบบน้ำค่ะ แต่วิธีใช้ก็ต้องระวังนิดนึงนะคะ ให้ใช้นิ้วแตะ ๆ ใต้รอบดวงตา หรือบริเวณอื่นที่ต้องการปกปิด ไม่ควรถู เพราะจะทำให้เป็นคราบได้ง่ายค่ะ

PRO TIP:

สามารถใช้ คอเร็กเตอร์ (Corrector) ด้วยก็ได้นะคะ เพราะบริเวณที่เราต้องการปกปิดนั้นมีสีที่ต่างกัน เช่น ใต้ตาสีม่วง สีเขียว หรือสิวอักเสบสีแดง ซึ่งต้องทำการคอเร็กสีผิวให้ถูกต้องเสียก่อน จึงจะลงคอนซีลเลอร์เพื่อปกปิดได้อย่างเป็นธรรมชาติ

Porcelain

ลดเลือนจุดด่างดำและช่วยฟื้ความสดใสให้กับผิว

1,750.00 บาท
1,750.00 บาท